สถิติ
เปิดเมื่อ25/02/2012
อัพเดท2/03/2012
ผู้เข้าชม5074
แสดงหน้า6622
ปฎิทิน
May 2013
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
   
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
สมาชิก

สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน

โครงการ 25 ตาสับปะรด

แบ่งปันให้เพื่อน อ่าน 3411 | ตอบ 5
โครงการตาสับปะรด
หลักการและเหตุผล
ปัญหาการก่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานและนับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ระบบเศรษฐกิจ และความผาสุขของพี่น้องประชาชน เป็นผลให้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกฝ่ายควรร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหา กำลังทหารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเจ้าหน้าที่ในระบบความมั่นคง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าร่วมกับตำรวจ ส่วนราชการพลเรือนและเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ ในการยุติปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำสภาพที่ปลอดภัยกลับคืนสู่ประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ บางส่วนของ จว.สงขลา ในห้วงเวลาที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่นำไปสู่สภาพที่ไม่ปลอดภัยดังนี้
๑. มีการลอบวางระเบิด ลอบยิง/ซุ่มยิง ลอบทำร้าย และลอบฆ่าผู้บริสุทธิ์
๒. มีการลอบวางเพลิง และวางระเบิด ทำลายสาธารณูปโภค สถานที่ราชการ แหล่งหรือสถานที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม
๓. ก่อกวนสร้างสถานการณ์ เช่น โปรยตะปู เรือใบตามถนน วางเพลิงต่อเป้าหมาย Soft Target
๔. พัฒนารูปแบบและวิธีการก่อเหตุ
๕. การบ่อนทำลาย โดย ปฏิบัติการทางจิตวิทยา ทำลายขวัญข้าราชการ สร้างความลังเลใจปลุกระดมไม่ให้ประชาชนร่วมมือกับรัฐ สร้างความเกลียดชัง ทำลายศรัทธาความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ
วัตถุประสงค์ของโครงการ
โครงการนี้มุ่งเน้นการยุติเหตุร้ายรายวัน มิได้มุ่งหมายให้ครอบคลุมการแก้ปัญหาทั้งหมดของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการ ดังนี้
๑. สร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในพื้นที่ นำความผาสุขกลับคืนสู่ประชาชนให้สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
๒. ทำให้ประชาชนมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในอำนาจรัฐ
เป้าหมาย
ยุติการเกิดเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ บางส่วนของ จว.สงขลา
วิธีดำเนินการ
การเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ มีสาเหตุมาจาก มีกลุ่มบุคคลที่วางแผน ชักจูง ให้กระทำการและปฏิบัติการก่อเหตุร้ายต่าง ๆ สามารถ แบ่งออกได้เป็น ๔ ส่วน คือ ผู้ควบคุมระดับแกนนำ ผู้ควบคุมทางยุทธวิธี ผู้ปฏิบัติการ และกลุ่มมวลชนหรือแนวร่วม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนไทยและ มีผู้ร่วมกระบวนการจำนวนมาก การกำจัดให้หมดไปเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องใช้การทำให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ หยุดหรือเลิกความคิดที่จะกระทำการใด ๆ
๑. การแก้ไขทางแนวความคิด (ทำให้ฝ่ายก่อความไม่สงบคิดว่าไม่ควรทำและไม่คิดที่จะทำ)
๑.๑ มาตรการเชิงรุก
๑.๑.๑ ใช้เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวที่มีอยู่ ดำเนินกรรมวิธีทางด้านการข่าวกรองเพื่อระบุ และคัดแยกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและแนวร่วม ออกจากประชาชน
๑.๑.๒ กอ.สสส.จชต. นำผู้ที่เป็นแนวร่วม และสมาชิกผู้ก่อความไม่สงบที่ทราบพฤติกรรม มาทำการฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติ (โดยใช้ กลุ่มก่อความไม่สงบที่กลับใจร่วมเป็นวิทยากร) หลังจากเสร็จสิ้นการอบรมแล้วส่งข้อมูลให้หน่วยทหารตำรวจในพื้นที่มีการติดตามพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ
๑.๒ มาตรการเชิงรับ
๑.๒.๑ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกส่วน ( ครูในระบบโรงเรียน ครูในระบบ กศน. เจ้าหน้าที่ปกครอง ผู้นำศาสนา ) ร่วมกันให้ความรู้แก่ประชาชน ยกระดับการศึกษา และให้แนวความคิดที่ถูกต้อง กระทรวงศึกษาธิการ จัดเจ้าหน้าที่เข้าติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางปรับปรุงหลักสูตร ของโรงเรียนปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาทุกแห่ง ว่าได้ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เยาวชน
๑.๒.๒ กระทรวง หรือส่วนราชการต้นสังกัดจัดระบบตรวจสอบและดำเนินการ สืบสภาพ ตรวจสอบ เงื่อนไขและหาทางลดเงื่อนไขที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ อันเกิดจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น การแก้ปัญหาข้าราชการที่ไม่บริการประชาชน การคอรัปชั่น ข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี )
๑.๒.๓ กอ.สสส.จังหวัด และ กอ.สสส. อำเภอ ร่วมกับข้าราชการและทหารในพื้นที่ ตรวจสอบปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ดำเนินการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้ตรงกับความต้องการอย่างแท้จริงเพื่อให้ประชาชนร่วมมือกับทางราชการ
๒. การป้องกันไม่ให้ก่อเหตุการณ์ ( ทำให้ฝ่ายก่อความไม่สงบคิดว่าทำไม่ได้ มีแผนที่จะทำแต่ไม่สามารถทำได้ตามแผน)
๒.๑ มาตรการเชิงรุก
๒.๑.๑ เจ้าหน้าที่ด้านการข่าว ข้าราชการ และพนักงานที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ ร่วมกัน ดำเนินการหาข่าว และติดตามด้านการข่าวอย่างต่อเนื่อง เพ่งเล็งข่าวที่จะก่อให้เกิดเหตุร้าย ประสานและกระจายข่าวกรองอย่างรวดเร็ว
๒.๑.๒ เจ้าหน้าที่ทหารและ ตำรวจ ดำเนินการกดดันต่อแกนนำและผู้ควบคุมทางยุทธวิธี ที่ทราบตามข่าวกรองที่ได้รับ ด้วยวิธีทางสันติ และวิธีการทางกฎหมาย เพื่อจำกัดเสรีในการปฏิบัติ เช่น เข้าไปพบปะอยู่เสมอไม่ซ้ำเวลา เพื่อไม่ให้ผู้ก่อความไม่สงบมีเวลาในการวางแผน หรือสั่งการ
๒.๑.๓ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ดำเนินมาตรการจำกัดการเคลื่อนไหวต่อ กลุ่มผู้ปฏิบัติการ และแนวร่วม โดยการใช้การคุมความประพฤติอย่างใกล้ชิด เช่น การควบคุมบุตรโดย พ่อแม่ ผู้ปกครอง การควบคุมประชาชนโดยผู้ใหญ่บ้านหรือกำนัน การควบคุมจำนวนประชาชนที่มาละหมาดและไม่มาละหมาด
๒.๒ มาตรการเชิงรับ
๒.๒.๑ กอ.สสส.จชต. กอ.สสส.จังหวัด และอำเภอ อบรม ประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน ให้เข้าใจว่า ทุกคนมีโอกาสเป็นเป้าหมายของการก่อเหตุร้าย ดังนั้นต้องร่วมมือกันในการป้องกัน
๒.๒.๒ สถานที่ราชการ หน่วยงาน ที่ตั้งสาธารณูปโภค ภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท ห้างร้าน จัดการป้องกันตนเอง โดยการติดตั้งกล้องวงจรปิดและการจัดยามหรือจ้างยาม เพื่อดูแลพื้นที่และสถานที่ของตน มีระบบสื่อสารแจ้งไปยังฝ่ายตำรวจและทหารในพื้นที่
๒.๒.๓ พื้นที่ทั่วไป เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ดำเนินการวางแผนและใช้ อรบ. , ชรบ. , อส. , อปพร. , เจ้าหน้าที่อาสาของมูลนิธิ , สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม และประชาชนหรือพลังมวลชนที่สมัครใจ วางกำลังเป็นคลัสเตอร์ ให้ครอบคลุมพื้นที่ มีการประสานงานและการสื่อสารที่รวดเร็วระหว่าง ประชาชน ตำรวจ ทหาร ในทุกพื้นที่ เมื่อเกิดเหตุเจ้าหน้าที่จะต้องได้รับแจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว
๓. การแก้ไขเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว (ทำให้ฝ่ายก่อความไม่สงบคิดว่าเมื่อทำแล้วจะไม่สำเร็จหรือทำแล้วไม่เป็นผลดี หากทำตามแผนต้องเกิดผลเสียต่อฝ่ายก่อความไม่สงบ)
๓.๑ มาตรการเชิงรุก
๓.๑.๑ เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ จัดให้มีกำลังเคลื่อนที่เร็ว (ประกอบด้วยกำลังทางพื้นดิน , กำลังเคลื่อนย้ายทางอากาศ และ ฮ.ตรวจการณ์และควบคุมทางอากาศ) พร้อมที่จะเข้าตอบโต้และระงับเหตุ เพื่อให้เห็นว่าอำนาจรัฐพร้อมที่จะเข้าตอบโต้และควบคุมทุกสถานการณ์
๓.๑.๒ เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน จัดให้สืบสวน สอบสวน ติดตามคดีที่เกิดขึ้น มีการเก็บรวบรวมวัตถุพยาน นำไปกดดันทางกฎหมาย และติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง หากไม่ได้ตัวผู้กระทำผิดอย่างน้อยต้องรู้ตัวผู้เกี่ยวข้อง ทเป็นเครือญาติ เพื่อแสดงว่าได้ติดตามตัวอย่างจริงจัง และกดดันไม่ให้ผู้ก่อเหตุใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ
๓.๒ มาตรการเชิงรับ
๓.๒.๑ กอ.สสส.จชต. กอ.สสส.จังหวัด จัดให้มีการรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐมีประสิทธิภาพ แต่ผู้ก่อเหตุเป็นผู้ไม่หวังดี จ้องจะกระทำการอยู่เสมอ
๓.๒.๒ ทุกส่วนของราชการ โดยเฉพาะส่วนราชการที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน และทำงานร่วมกับประชาชน ดำเนินการประชาสัมพันธ์ทุกโอกาส ให้เห็นพิษภัยของผู้ก่อความไม่สงบและขอความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสจากประชาชน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งในด้านความรู้สึกว่าเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นได้กับตนและครอบครัว และ ทำให้รู้สึกว่าทุกคน ต้องร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหา
งบประมาณ
เนื่องจากปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความซับซ้อนและครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง ดังนั้นความต้องการงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องใช้จำนวนมาก ซึ่งความต้องการได้แก่
๑. อุปกรณ์ในการติดตั้งระบบทีวีวงจรปิด ของส่วนราชการและจุดที่ล่อแหลม
๒. การจัดตั้งระบบการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานของรัฐและประชาชน
๓. ค่าจ้างยาม ค่าตอบแทนแหล่งข่าว ค่าตอบแทน อรบ. , ชรบ. , อส., อปพร. , เจ้าหน้าที่อาสาของมูลนิธิ , สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม รวมถึง ค่าใช้จ่ายเป็นรางวัลและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่มีส่วนร่วมในการแจ้งเหตุ
๔. ค่าอุปกรณ์ตรวจการณ์เวลากลางคืนและความสิ้นเปลืองสำหรับ ฮ.
๕. งบประมาณที่ใช้ในการแก้ปัญหา ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่
๖. งบฝึกอบรมและการประชาสัมพันธ์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
๑. เกิดความสงบสุขขึ้นในพื้นที่
๒. ระบบเศรษฐกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้อย่างปลอดภัย
๓. ประชาชนสามารถพัฒนาตนเองทั้งในด้านความรู้ ความเป็นอยู่ และฐานะของตน รวมถึงการพัฒนาประเทศสามารถดำเนินการต่อไปได้
สรุปวิธีดำเนินการ
ขั้น ๑ การแก้ไขแนวความคิด ขั้น ๒ การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ขั้น ๓ การแก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้ว
ขั้น
ผู้ปฏิบัติ
วิธีการ
เป้าหมาย
ผลที่ต้องการ
เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวและหน่วยที่ทำงานการข่าว
ดำเนินการหาข่าว และดำเนินกรรมวิธีด้านการข่าวในการระบุตัวผู้ก่อความไม่สงบ
ประชาชนในพื้นที่
และ กลุ่มผู้ต้องสงสัย
แยกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบและแนวร่วม ออกจากประชาชน
เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวและหน่วยที่ทำงานการข่าว
รวบรวมข่าวกรอง และกระจายข่าวกรองอย่างรวดเร็ว
กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ
แผนเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบ ได้แก่ เป้าหมาย สถานที่ เวลา
กอ.สสส.จชต.
จัดการฝึกอบรมแก้ไขทางความคิด
สมาชิกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ และแนวร่วม ที่ทราบแล้วตามข่าวกรอง
เปลี่ยนทัศนคติ
ทหารและตำรวจในพื้นที่
กดดันด้วยสันติวิธีและวิธีการทางกฎหมาย
แกนนำและผู้ควบคุมทางยุทธวิธี ที่ทราบตามข่าวกรอง
จำกัดเสรีในการปฏิบัติของฝ่ายก่อความไม่สงบ
ฝ่ายปกครอง
ทหารและ ตำรวจ
กำหนดมาตรการควบคุมประชานชน เช่น ให้ผู้ปกครองควบคุมเยาวชน ผู้ใหญ่บ้านกำนันคุมลูกบ้าน ผู้นำทางศาสนา ควบคุมประชาชนที่ทำพิธีละหมาดประจำวัน
กลุ่มผู้ปฏิบัติการ แนวร่วม เยาชน และบุคคลที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยง
จำกัดเสรีในการปฏิบัติของฝ่ายก่อความไม่สงบ
ขั้น
ผู้ปฏิบัติ
วิธีการ
เป้าหมาย
ผลที่ต้องการ
เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษา และเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ทุกส่วน
ให้ความรู้เพื่อยกระดับการศึกษา และให้เกิดแนวคิดในทางที่ถูกต้อง
เยาวชนและ ประชาชนทั่วไป
ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเยาวชนและประชาชน
ศึกษาธิการเขตพื้นที่
จัดคณะกรรมการติดตามประเมินผลการเรียนการสอนของ โรงเรียน ปอเนาะ และโรงเรียนตาดีกา
ครูผู้สอน และนักเรียน
นักเรียนมีแนวคิดและความรู้ในแนวทางที่ถูกต้องตามที่รัฐกำหนดไว้ และ ป้องกันไม่ให้มีแนวร่วมเพิ่มขึ้น
กระทรวง หรือส่วนราชการต้นสังกัด ที่มีข้าราชการในพื้นที่
จัดระบบตรวจสอบและประเมินผล เข้าดำเนินการตรวจสอบ หาวิธีการลดเงื่อนไขที่เกิดขึ้นในพื้นที่อันเกิดจาก เจ้าหน้าที่ของรัฐและระบบราชการ
ข้าราชการในพื้นที่
ลดเงื่อนไข และ ทำให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของข้าราชการเป็นไปตามระบบที่รัฐบาลกำหนด
กอ.สสส.จังหวัด กอ.สสส.อำเภอ หน่วยงานที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่
ตรวจสอบ ปัญหา และความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ดำเนินแก้ไขให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง
ประชาชนในพื้นที่
ลดเงื่อนไข และให้ได้ความร่วมมือจากประชาชน
กอ.สสส.จชต.
กอ.สสส.จังหวัด
กอ.สสส.อำเภอ
อบรม ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ แก่ทุกส่วนให้เข้าใจว่า ทุกคนมีโอกาสเป็นเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบ
ประชานชน และ ข้าราชการทุกคนในพื้นที่
ทุกคนให้ความร่วมมือในการป้องกัน และแก้ปัญหา
ขั้น
ผู้ปฏิบัติ
วิธีการ
เป้าหมาย
ผลที่ต้องการ
สถานที่ราชการ
ที่ตั้งหน่วยงาน
ที่ตั้งสาธารณูปโภค
บริษัทและห้างร้านที่มีขีดความสามารถ
จัดระบบป้องกันของตนเอง เช่น การจัดยาม การจ้างยาม การติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีระบบสื่อสารหรือสัญญาณแจ้งเหตุไปยังตำรวจ/ทหารในพื้นที่
ป้องกันเหตุร้ายในพื้นที่ที่มีความสามารถป้องกันตนเองได้
ป้องกันเหตุร้ายโดยลดงานหรือออมกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร/ตำรวจ
เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจในพื้นที่
จัดตั้ง วางแผนจัดระบบการใช้ประชาชนฝ่ายเรา วางกำลังให้ครอบคลุมพื้นที่ มีการประสานกัน มีระบบการสื่อสารและสัญญาณแจ้งเหตุไปยังตำรวจและทหารในพื้นที่
อรบ. ชรบ. อส.
อปพร. เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่าง ๆ สมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรม
ลูกเสือชาวบ้าน
กลุ่มพลังมวลชนประชาชนสมัครใจ
มีระบบแจ้งเหตุร้ายเร่งด่วนที่ครอบคลุมพื้นที่ และ
ออมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร
ทหารและตำรวจในพื้นที่
จัดวางกำลังในพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ปมคมนาคม ทางแยก เส้นทางที่จะใช้เข้าออกพื้นที่ พร้อมที่จะปิดกั้นเส้นทาง และตอบโต้สถานการณ์
ตอบโต้สถานการณ์อย่างเป็นเครือข่าย
จำกัดเส้นทางหลบหนี และจำกัดการปฏิบัติของฝ่ายก่อความไม่สงบ
ทหารและตำรวจในพื้นที่ ระดับ อำเภอ จังหวัด
จัดให้มีกำลังตอบโต้เคลื่อนที่เร็ว ทั้งทางพื้นดิน และทางอากาศ เข้าตอบโต้และระงับเหตุ
แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีขีดความสามารถที่เหนือกว่าและควบคุมสถานการณ์ได้
ทุกเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นมีการติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
ขั้น
ผู้ปฏิบัติ
วิธีการ
เป้าหมาย
ผลที่ต้องการ
ตำรวจ และพนักงานสืบสวน
ดำเนินการ เก็บวัตถุพยาน เพื่อ สืบสวนสอบสวน หาผู้กระทำผิดมาดำเนินให้ได้
การดำเนินคดีต่อ ผู้ก่อเหตุร้าย
กดดันฝ่ายก่อความไม่สงบไม่ให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ได้ตามปกติ
กอ.สสส.จชต.
กอ.สสส.จังหวัด
รายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ให้ประชาชนทราบ
ประชาชนทราบความจริง ไม่เกิดข่าวลือ
ไม่ให้ฝ่ายก่อความไม่สงบบิดเบือนความจริงป้ายความผิดให้เจ้าหน้าที่
ให้ประชาชนตัดความช่วยเหลือฝ่ายก่อความไม่สงบ
ทุกส่วนราชการที่ทำงานในพื้นที่
เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นรีบฉวยโอกาสดำเนินการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเห็นพิษภัยของการก่อเหตุร้าย
ประชาชน
ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น
ตัดความร่วมมือของประชานชนออกจากฝ่ายก่อความไม่สงบ

ความคิดเห็น :
1
อ้างอิง
 เป็นโครงการที่ดีมากครับผม
 
กาแฟดำ [1.47.101.xxx] เมื่อ 29/02/2012 09:13
2
อ้างอิง
 หนับหนุนคร๊าบผม
 
กาแฟดำ [118.173.60.xxx] เมื่อ 29/02/2012 12:37
3
อ้างอิง

โบว์
สนับสนุนด้วยคน
 
 
โบว์ [110.77.208.xxx] เมื่อ 20/04/2012 11:54
4
อ้างอิง

โอ
 
 
โอ [49.230.93.xxx] เมื่อ 15/05/2012 14:41
5
อ้างอิง

เด็กเลย
จัดหนักไปเลย
 
 
เด็กเลย [118.175.6.xxx] เมื่อ 18/06/2012 16:23
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :